parallax background

ศาลาหน้าพระอุโบสถ

ในปี พ.ศ. 2447-2448 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลาขึ้น 2 หลัง ที่สนามหญ้าหน้าพระอุโบสถซ้าย-ขวา เป็นศาลาจัตุรมุขโปร่ง ก่ออิฐถือปูน พื้นปูหินอ่อน หลังคา 2 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสี หน้าบันปั้นภาพและจารึกคาถาบาลีอักษรขอม ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ (พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ ต้นราชสกุล สวัสดิกุล) ราชเลขานุการ ทรงเลือกจากพระสูตรในพระไตรปิฎก
หลังที่ 1 ศาลา "หม่อมเฉื่อย" อยู่ด้านทิศใต้ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงออกทุนทรัพย์สร้างอุทิศส่วนกุศลแก่ หม่อมเฉื่อย ดิศกุล ณ อยุธยา โปรดเกล้าฯ ให้ปั้นรูปและจารึกคาถาบาลีที่หน้าบัน ดังนี้
  • ด้านทิศเหนือ ปั้นรูปราชสีห์ ตราประจำกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นเสนาบดีในขณะนั้น
  • ด้านตะวันออก รูปดาราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า มีพระปรมาภิไธยย่อ "จจจ" กลางดารา และมีจารึก "เราจะบำรุงกระกุลวงษให้เจริญ" รอบพระปรมาภิไธยย่อ
  • ด้านตะวันตก ปั้นเป็นรูปเทวดาทรงม้าคือ "พระพาย" ซึ่งเป็นเทพองค์หนึ่ง
  • ด้านทิศใต้ จารึกคาถาบาลีอักษรขอม แสดงประเภทและคุณสมบัติของภริยา ซึ่งแปลความได้ดังนี้ "ภริยาที่เรียกว่า มาตาภริยา 1 ภคินีภริยา 1สขีภริยา 1 ทาสีภริยา 1 ภริยาทั้ง 4 จำพวกนั้น เพราะตั้งอยู่ในศีล ถนอมรักไว้ยั่งยืน ย่อมเข้าถึงสุคติ ฯ"
หลังที่ 2 ศาลา "ใย-ระเบียบ" อยู่ด้านทิศเหนือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยทุนมรดกของอุบาสิกา "ใย" ซึ่งถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว เป็นการอุทิศส่วนกุศลแก่อุบาสิกา "ใย" ผู้เป็นแม่ และ "ระเบียบ" ผู้เป็นบุตรี จึงถอดความจากชื่อปั้นเป็นรูปที่หน้าบัน ดังนี้
  • ด้านตะวันตก ปั้นรูปนางประจันทอผ้าด้วยใยบัว ซึ่งหมายถึงท่าน "ใย" คือใยบัวที่ใช้ทอผ้า
  • ด้านตะวันออก ปั้นรูปมาลัยมีพู่ห้อย หมายถึง "ระเบียบ" เช่นความเป็นระเบียบของดอกไม้ที่เรียงร้อยเป็นมาลัย
  • ส่วนด้านทิศใต้และทิศเหนือ จารึกคาถาบาลีอักษรขอม ว่าด้วยคาถาโลกิยทรัพย์ และคาถาโลกุตรทรัพย์หรืออริยทรัพย์ ตามลำดับ ซึ่งแปลความได้ดังนี้
    "บุคคลใดในโลกนี้ ย่อมเจริญด้วยทรัพย์ ข้าวเปลือก บุตร ภรรยา และสัตว์สี่เท้า บุคคลนั้น ย่อมเป็นผู้มีโชค มียศ และพระราชาบูชาแล้ว
    “บุคคลใดในโลกนี้ ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา บุคคลเช่นนั้น เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาเครื่องพิจารณา ย่อมเจริญด้วยความเจริญทั้งสองประการในปัจจุบัน”
    "ทรัพย์คือ ศรัทธา ศีล หิริโอตตัปปะ สุตะ จาคะ และปัญญาเป็นที่ 7ทรัพย์เหล่านี้มีแก่ผู้ใด เป็นหญิงหรือชายก็ตาม ผู้นั้นแล เป็นผู้มีทรัพย์มากในโลก อันอะไร ๆ พึงชนะไม่ได้ ในเทวโลกและมนุษยโลกเพราะฉะนั้น ท่านผู้มีปัญญา เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงหมั่นประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และการเห็นธรรม"